แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดไพร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดไพร แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556
หลวงปู่สรวง เรื่องเล่าเท่าที่รู้ ตอนที่ 7 ตำนานเล่นว่าวของหลวงปู่สรวง
มีเรื่องเล่าขานกันนานมาถึงการเล่นว่าวของหลวงปู่สรวง จากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่เล่าต่อ ๆ กันมา ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักชื่อ หลวงปู่สรวงก็เพราะ มีลุงปานที่ทำหม้อน้ำรถยนต์ที่คลองสาม ให้ผมได้ดูรูปหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา ท่านั่ง มีผ้าขาวพาดที่บ่า ลุงบอกว่ามีคนที่ศรีสะเกษ นำมาให้ บอกว่าเป็นผู้วิเศษ เล่นว่าว ไม่ต้องใช้สายว่าว และก็ไม่รุ้ว่าท่านเป็นคนธรรมดาหรือเป็นพระ บอกไม่ได้ ผมจึงเกิดความสนใจ เมื่อได้มาเจอ หลวงปู่สรวงตามที่เลยเล่ามาในเรื่องเล่าตอนที่ 1 แล้วนั้น ก็ได้ตามหาผู้ที่ติดตามหลวงปู่ ตอนที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ หลายท่าน เช่น คุณสมยศ อาจารย์ประโยชน์ ตาเกียง พี่น้อยปักธงชัย พี่หนูปักธงชัย พี่เล็ก หลวงตาดา อีกหลายท่่านที่มิได้เอยนาม พี่หนูปักธงชัยเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่ง กลางทุ่งนาใกล้ วัดไพร หลวงปู่สรวงได้ทำว่าวตัวใหญ่มาก ซึ่งหลวงปู่สรวงชอบทำว่าวจุฬา ใช้จีวร บ้าง ผ้าบ้าง ห่างว่าวก็ใช้ถุงพลาสติกบ้าง พอทำเสร็จหาเชือกว่าวไม่ได้ หลวงปู่สรวงให้ลูกศิษย์ไปหาเชือกว่าวมาโดยชี้ไปทางถนน โดยปกติในสมัยนั้นร้านค้าก็หายากมาก ลูกศิษย์ที่หลวงปู่สรวงให้ไปหาเชือกว่าว ก็งง ๆ ว่าจะไปหาที่ไหนได้ แต่เมื่อหลวงปู่สรวงใช้ให้ไปหาก็ต้องไป พอเดินไปถึงถนนซึ่งเป็นถนนลูกรัง ซึ่งแถวนั้นก็ไม่มีบ้านเรือนคนอยู่เลย แต่กลับมีรถขายของเร่ตามหมู่บ้านมาขายของ ลูกศิษย์หลวงปู่สรวงแปลกใจมากว่าหลวงปู่สรวงรู้ได้อย่างไรว่าจะมีรถขายของมาทางนี้ ลูกศิษย์หลวงปู่ถามหาจะซื้อเชื่อกว่าว รถขายของแร่บอกว่าไม่มีเชือกว่าว มีแต่เชือกล่ามควายอยู่ 1 ขดใหญ่ คนขายของเร่จึงถวายเชือกขดนั้นให้กับหลวงปู่สรวง ทราบข่าวว่าพอหวยออกงวดนั้นเจ้าของรถขายของเร่ถูกหวย และกลับมาตามหาหลวงปู่อีก
เมื่อทำว่าเสร็จหลวงปู่จะให้ลูกศิษย์วิ่งว่าว เนื่องจากว่าวตัวใหญ่ เชือกว่าวก็ใหญ่ ลมมีบ้างไม่มีบ้าง วิ่งว่าวกันจนเหนื่อยว่าวก็ไม่ขึ้น พอหลวงปู่วิ่งว่าวทั้งที่ไม่มีลมแต่ว่าวก็ขึ้นได้ เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง
หลายท่านพูดถึงว่า หลวงปู่อยู่ที่ไหนจะขึ้นว่าวไว้เป็นสัญญาลักษณ์ว่าหลวงปู่ปู่อยู่ที่น่านผู้คนเวลาตามหาลูกปู่จะได้รู้ว่าหลวงปู่อยู่หรือไม่
แต่ในความรู้สึกผมว่าหลวงปู่ได้สอน ธรรม ให้แก่เรา ว่าคนเราเปรียบเสมือนว่าว ลมดีว่าวก็ขึ้นดี ลมไม่มีว่าวก็ตก ถ้าคนเราอารมณ์ดีทำอะไรก็ดีไปหมด พออารมณ์ไม่ดีอะไรก็ไม่ดีไปหมด ฉนั้นถ้าจะให้เจริญรุ่งเรืองต้องทำให้อารมณ์ดี ๆ
ผมได้เห็นเชือกว่าวหลวงปู่สรวง ที่เป็นเชือกล่ามควายอยู่ 1 ขดใหญ่บูชาอยู่บนหิ่งพระของลูกศิษย์หลวงปู่มีโอกาสจะถ่ายรูปมาให้ทุกท่านได้ชมกัน
วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556
หลวงปู่สรวง รวมทุกรุ่น
มีไว้ให้ทุกท่านชมว่าท่านมีรุ่นไหนบ้างยังขาดรุ่นไหน บ้าง ยังขาดปี 2555 2556 ที่ยังไม่ได้ไปใส่กรอบ
ไม่ได้สะสมไว้เพื่อการจำหน่ายนะครับ
หลวงปู่สรวง "เรื่อง เล่าเท่าที่รู้ 6" ออยเตรียญสรูญ "วันเปลี่ยนผ้าไตร 7 เมษายน 2556
การเปลี่ยนผ้าไตรของหลวงปู่สรวงจัดขึ้นทุกปีที่วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยหลวงพ่อพุฒ วายาโม เป็นประจำทุกปี โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ของทุกปีจะมีการบวช พระภิกษุ สามเณร และผู้ถือศิล เรียกว่าพ่อขาวแม่ขาว และจะทำการลาสิขาบท ประมาณวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี
มีพระและสามเณรประมาณ 200 กว่ารูปในปีนี้ ที่เราได้จัดจังหันถวาย เช้าและเพล ทุกวันซึ่งต้องขออนุโมทนาบุญกับคุณคุณภัทรกร และคุณอภิชา วรจารุวุฒิที่เป็นกำลังสำคัญในการจัดถวายจังหันให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
เหตุการณ์วันเปลี่ยนผ้าไตร ปี 2556 ในวันที่ 6 เมษายน 2556 เป็นวันที่อากาศร้อนมาก พอเริ่มเช้าวันที่ 7 เมษายน อากาศกลับเย็นสบายแดดไม่ร้อนมาก เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง ปีนี้ผู้คนมากันมากมายทั่วทุกสารทิศ นำร่างหลวงปู่สรวงลงจากศาลามาประมาณ 13.00 น โดยแห่เหมือนทุกปี ร่างหลวงปู่ปีนี้ดูสีสดขึ้นที่หน้าผากด้านที่ติดกับหมอน เหมือนจะเป็นพระธาตุเป็นเกร็ดสีเหลื่อง เป็นที่หน้าแปลก ปีที่แล้วยยังไม่มีเคย ซึ่งผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมในพิธีเปลี่ยนผ้าไตรอย่างใกล้ชิดมาประมาณ4-5 ปีแล้ว ร่างหลวงปู่ยังไม่บุบสลายอะไรเลย มีเส้นผมงอกยาวขึ้นมาด้วย ด้วยทุกครั้งที่เสร็จงานหลวงปู่สรวงทุกครั้งฝนจะต้องตกทุกครั้ง ปีนี้ก็เหมือนกันพอตก กลางคืน ฝนตกหนักมาก ทั้งฟ้าทั้งฝน แถมไฟฟ้าดับยันสายของอีกวันถึงจะมีไฟฟ้าใช้ได้
ปีนี้หลวงพ่อพุฒ ได้ให้ย่าของหลวงปู่สรวงที่อยู่ในโลงพร้อมกับให้เงินที่อยู่ในโลงหลวงปู่สรวงมาด้วย ครั้งแรกให้ 20 บาท ให้แล้วให้อีก 50 บาทแล้วให้อีก 20 บาท หลวงพ่อพุฒบอกว่าได้แล้วได้อีกจะได้เยอะ ๆ รวยจะได้เงินใส่ให้เต็มยามเลย สาธุ
สายบุญ อำเภอกันทรลักษ์ นำแกงเขียวหวาน ขนมจีน ไข่พะโล้ เฉาก๋วย มาร่วมทำบุญทุกครั้งที่มีงานบุญหลวงปู่สรวง
ลูกศิษญืหลวงปู่สรวงที่ ตลาดอมรพันธุ์ ขางเขน นำขนมมาแจกทำทาน ในงานนี้ด้วย
วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555
แหวนเงินหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา
แหวนหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา ทำด้วยเนื้อเงินแท้ สวยมาก คนนิยมมากในเวลานี้ บูชาได้ที่วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
.jpg--.jpg)
ตรีผล มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก รักษาริดสีดวงทวารหาย 100%
%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg)
วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555
หลวงปู่สรวง"เรื่องเล่าเท่าที่รู้ 4"
วันละสังขาร ตอน 3 ตอนจบ
เหตุการณ์ในวันที่ 8 กันยายน 2543 ขึ้น 10
ค่ำ
เดือน 10 ปีมะโรง
เหตุการณ์บนรถในขณะที่กำลังเลี้ยวรถเพื่อจะขับผ่านทุ่งหญ้าออกไปนั้นได้มีอาการบางอย่างที่เป็นสัญญาณแสดงว่าหลวงปู่จะมรณภาพแน่นอนให้คนที่อยู่บนรถเห็น
ต่างคนก็ร่ำไห้มองดูด้วยความอาลัยและสิ้นหวัง หลวงปู่เริ่มหายใจแผ่วลง ในที่สุดได้ทอดมือทิ้งลงข้างกายแล้วก็จากไปด้วยความสงบอย่างไรก็ตาม
ลูกศิษย์ก็ยังคงนำหลวงปู่มุ่งไปที่โรงพยาบาลด้วยความหวังว่าหมอจะสามารถช่วยให้หลวงปู่ฟื้นขึ้นมาได้
ระหว่างไปโรงพยาบาลนั้น นายสาด ชาวบ้านตาปิ่น อำเภอบัวเชด
ก็ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมา นายจุกชะลอรถแล้วตะโกนบอกให้นายสาดตามไปที่โรงพยาบาลบัวเชดด่วน โดยบอกว่าอาการหลวงปู่นั้นแย่มาก ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่ พอไปถึงโรงพยาบาลแพทย์และนางพยาบาลได้รีบนำหลวงปู่เข้าห้องฉุกเฉิน
ทำการตรวจดดยละเอียดแล้วสรุปว่าหลวงปู่สิ้นลมไปแล้วไม่ต่ำว่า 3-4 ชั่วโมง แต่ลูกศิษย์ต่างก็ยืนยันว่าสิ้นลมไม่เกิน 10
นาทีแน่นอน
เพราะระยะทางจากบ้านรุนมาดรงพยาบาลบัวเชดประมาณ 10 กิโลเมตร และก็ได้ขับรถมาอย่างเร็วด้วย
ลูกศิษย์ไม่ให้ทางโรงพยาบาลฉีดยา
หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับร่างกายของหลวงปู่ทั้งสิ้นเมื่อเห็นว่าไม่สามารถจะช่วยหลวงปู่ได้แน่นอนแล้วก็พากันนำร่างหลวงปู่กลับ
พอมาถึงบ้านตาปิ่นก็ได้แวะจอดเอาจีวรเก่าของหลวงปู่ที่เคยให้นายสาดไว้
เพื่อนำมาครองให้หลวงปู่ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย นายสาดก็ได้นำขึ้นรถมาด้วย
พอถึงบ้านรุนนายชัยและนายน้อยได้จอดรถรออยู่แล้วก็ได้แจ้งว่าหลวงปู่มรณภาพแล้ว ต่างคนต่างก็รีบขับรถออกมาโดยมุ่งหน้าไปทางบ้านละลม
พอมาถึงบ้านไพรพัฒนา
นายจุกได้ขับรถแวะเข้าที่วัดไพรพัฒนาเพื่อแจ้งข่าวให้หลวงพ่อพุฒ วายาโม
เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนาได้ทราบว่าหลวงปู่ได้มรณภาพแล้ว ขณะนั้นเวลาประมาณ 19.00น. หลวงพอ่พุฒกำลังนั่งสนทนากับพระลูกวัดอยู่ก็มีรถ
4 คันวิ่งมาจอด มีนายสาด ตาปิ่น
ซึ่งเป็นคนที่รู้จักขึ้นมาบนกุฏิแล้วบอกหลวงพ่อพุฒว่า หลวงปู่สรวงมรณะภาพแล้ว หลวงพ่อพุฒอึ้งอยู่ขณะหนึ่งแล้วถามว่า
มรณภาพที่ไหน นายสาดตอบว่า มรณภาพที่โรงพยาบาลและได้นำร่างของท่านมาพร้อมกับรถนี้แล้ว หลวงพ่อพุฒจึงลงไปที่รถแล้วเปิดประตูกราบลงบนตักหลวงปู่ แล้วเอามือจับตามร่างกาย
และถามบรรดาลูกศิษย์ว่าจะดำเนินการกันต่อไปอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่า จะนำศพหลวงปู่ไปบำเพ็ญที่วัดบ้านขยุง
หลวงพ่อพุฒบอกให้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนจะตามไปทันที
รถทั้งสี่คันเคลื่อนตัวออกจากวัดไพรมุ่งหน้าไปยังบ้านขยุง
หลวงพ่อพุฒที่ได้เดินทางตามมาได้อธษฐานว่า สาธุ
ถ้าหากหลวงปู่มีความประสงค์จะให้ลูกหลานได้เป็นผู้บำเพ็ญกุศล
ก็ขอให้หลวงปู่ได้กลับมายังวัดด้วยเถิด “
พอถึงหน้าวัดป่าบ้านโคกชาติ มีรถหลายคันจอดอยู่ ปรากฏว่าขบวนที่นำร่างหลวงปู่มาบอกว่าจะนำร่างหลวงปู่กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดไพรพัฒนาหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงวัดไพรพัฒนาแล้ว
หลวงพ่อได้อัญเชิญร่างของหลวงปู่มาไว้ที่ศาลลาพร้อมกับจุดธูปอธิฐานว่า
“หากเป็นความประสงค์ของหลวงปู่ที่จะให้ลูกหลานได้บำเพ็ญกุศลในที่นี่จริง
ก็ขอให้ดำเนินการไปโดยเรียบร้อย และก็ขอให้มีลูกศิษย์ของหลวงปู่เดินทางมาร่วมบำเพ็ญกุศลโดยทั่วกันด้วย”
ต่อจากนั้นก็ได้ดำเนินการบำเพ็ญกถศลให้กับหลวงปู่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
นี่คือเหตุการณ์ทั้งหมดว่าด้วยเหตุใดสรีระของหลวงปู่สรวงจึงได้มาตั้งบำเพ็ยกุศลอยู่ที่วัดไพรพัฒนา
อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
เรื่องจากหนังสือ หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูญ บำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารได้ผล 100%www.tripala.weebly.com |
วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555
หลวงปู่สรวง "เรื่อง เล่าเท่าที่รู้ 1" ออยเตรียญสรูญ วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
| รูปเหมือนหลวงปู่สรวง ที่วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ |
ภาพถ่ายเมื่อ 7 เมษายน 2556
ขอกราบบูชาองค์หลวงปู่สรวง(ออยเตียนสรูล) ลูกขออนุญาติองค์หลวงปู่ขอเรียน " เรื่องเล่าเท่าที่รู้ องค์หลวงปู่สรวง" ซึ่งเรื่องที่เล่านี้เป็นข้อมูลที่ได้สอบถามจากผู้รู้ ผู้ที่ติดตามหลวงปู่สรวง ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และเป็นเรื่องที่ได้ประสพมาด้วยตนเอง เรื่องเล่าเท่าที่รู้ขององค์หลวงปู่สรวง อาจมีบางสิ่งบางอย่าง ผิดพลาดบ้าง ขอให้องค์หลวงปู่สรวง ให้อภัยแต่ลูกหลานด้วยเทอญเรื่องเล่าเท่าที่รู้ องค์หลวงปู่สรวง วัดไพรพ้ฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ
ตอนที่ 1 เริ่มต้นรู้จักองค์หลวงปู่สรวง
เมื่อประมาณปี 2545 ผมได้มีโอกาสเห็นรูปภาพ ภาพหนึ่งจากลูงปาน เป็นช่างซ่อมหม้อหน้าุรถยนต์ ที่คลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้นำภาพขนาด 7x10 นิ้วใส่กรอบทองอย่างดีมาให้ผมดู แล้วเล่าให้ผมฟังว่า มีลูกค้าที่มาซ่อมหม้อน้ำได้นำมามอบให้ เป็นภาพที่มีชายแก่คนหนึ่งนั่งเอามือลูบที่คางใส่เสื้อแต่มีผ้าเลืองพาดบนบ่า นั่งข้างเขียงนา ลุงปานบอกว่า ไม่รู้ว่า เป็นพระ หรือ เป็นคนธรรมดา เล่นว่าวไม่ต้องใช้สายแต่ว่าขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ไม่รู้ว่าอายุเท่าไร บอกคนบอกว่า 300 ปีบางคนบอก 500 ปี เป็นผู้มีวิชามาก เป็นเรื่องที่ชายมาทำหม้อน้ำ เล่าให้ลุงปานฟัง ในรูปเขียนไว้ว่า หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเหตุทำให้ผมสนใจหลวงปู่สรวง แต่ทางภาคอีสานผมยังไม่เคยเดินทางมาเที่ยวเลย จึงไม่รู้อะไรมาเกี่ยวกับหลวงปู่สรวง
![]() |
| ลุงปาน ผู้ที่ให้ผมรู้จักหลวงปู่สรวง |
ประมาณต้นปี 2546 ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่บ้านญาติที่จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้เขาพระวิหาร เราเดินทางด้วยรถส่วนตัวมีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 6 คน เราได้เดินทางจากกรุงเทพไปทางโคราชแล้วใช้ถนนสาย 24 วิ่งไปปักธงชัย นางรอง บุรีรัมย์ ผ่านแยกประสาท พอถึงแยกนาเจริญ ผมได้ป้ายเขียนไว้ หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงค์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นป้ายไม้ไม่ใหญ่มาเท่าไหร่ (ซึ่งไม่เหมือนปัจจุบันทีทั้งป้ายทั้งรูปหลวงปู่บอกทางจนถึงวัดเลย) ผมก็บอกว่าหลวงปู่สรวงที่อีสานเล่นว่าวไม่ต้องใช้สายว่าวนะเขาว่าเก่งมา ไม่รู้ว่าใช่องค์เดียวกันหรือเปล่า ผมได้โทรมาหาลุงปานที่เป็นช่างทำหม้อน้ำรถยนต์ว่า "ลุงหลวงปู่สรวง ที่ลุงเคยบอกอยู่จังหวัดอะไร" ลุงปานดูที่รูปแล้วตอบมาว่า วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ผมก็ได้ชวนทุกคนในรถว่าเวลากลับเราแวะไหว้หลวงปู่กันทุกคนต่างก็เห็นด้วย
พอวันรุ่งขึ้นเราจะมาเที่ยวช่องจอม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนไทยกับประเทศกัมพูชา ที่จังหวัดสุรินทร์ เราก็ต้องมาผ่านทางเข้าวัดหลวงปู่สรวงอีก เราก็เลยตกลงว่ากลับจากเที่ยวตลาดช่องจอม เราแวะกราบหลวงปู่สรวงกัน
เรื่องมหัสจรรย์ระหว่างเดินทางไปกราบหลวงปู่สรวงครั้งแรก
เราได้ขับรถกลับมาจากช่องจอม ผ่านอำเภอสังขะ พอถึงแยกนาเจริญ มีป้ายบอกทางไปด่านช่องสะงำ ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่ทราบว่าหลวงปู่สรวงละสังขารไปแล้ว เราคุยกันไปในรถว่าหลวงคงนั่งคอยเราอยู่นที่วัดเดียวเราคงได้เจอแ่น่ ระหว่างที่คุยกันมาถึงทางแยกไปอำเภอภูสิงห์ พอรถผ่านไปนิดเดียวคนขับรถต้องเบรคกระทันหัน หยุดรถเพื่อให้ลูกเป็ดเพิ่งเกิดใหม่ตัวอยังมีสีเหลืองอยู่เลย 3 ตัว ซึ่งตัวแรกที่เดินนำหน้าจะตัวใหญ่ และเล็ก เรียงกันมาเป็นแถวเดินข้ามถนนมาจากทางขวามือคนขับ เราตกใจและเงียบกันทั้งคน พอได้สติ ก็ตีเป็นหวยกัน บางคนบอกว่าเป็ด ก็เลข 8 บางคนก็ว่าเป็ด 3 ตัว บางคนก็บอกเป็ดเดินก็ 9 ซึ่งเป็นที่น่าแรกใจว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หน้าแล้ง ลูกเป็ดมาจากไหน ทำไมมาเดินกลางถนนช่วงกลางวันแดดจัด ๆ ซึ่งถ้ามีเจ้าน่าจะใส่เล้าหรือขังไว้อย่างดี ก็เป็นที่สังสัยของทุกคนในรถที่ไปด้วยกัน พอรับขับรถไปอีกสัก1 กิโลเมตร ก็มีรถทหาร เป็นรถลาดตะเวณ มีทหารมีปีนครบเต็มรถวิ่งนำหน้ารถเรา เราดีใจว่ามีรถทหารนำขบวนให้ ดูในทุ่งนาก็มีเต้นทหาร มีรถถังจอดแอบตามรายทาง เรามารู้ที่หลังว่า ชายแดนเขาสั่งตรึงกองกำลัง จึงมีทหารเต็มไปหมด
พอถึงวัด จอดรถข้างศาลามุงแฝก ไม่เป็นมีคนเลย พระก็ไม่เจอสักองค์ พอเดินขึ้นบนศาลาไม้ที่มุงแฝก เห็นพระนั่งอยู่องค์เดียว ก็รีบเข้าไปกราบ ไปกันหลายคน ทุกคนกราบเสร็จก็นั่งพับเพียบกับพื้น เราดีใจว่าหลวงปู่นั่งคอยพวกเราเหมือนอย่างกับหลวงปู่รู้ว่าเราจะมาหา หลวงปู่นั่งมองจองตามาที่เราทุกคน ผมนึงในใจว่าทำไมหลวงปู่ไม่พูดสักที พอมองเพ่งไปนาน ก็เห็นโลงแก้วอยู่ด้านหลัง มีร่างหลวงปู่นอนอยู่ เราหันมาคุยกันใหญ่เคยว่า นึกว่าหลวงปู่คอยเราเหมือนอย่างที่เราคุยกันมาในรถ เราได้กราบและเดินดูวัตถุมงคลในตู้ที่วางไว้ด้านทิศตะวันออกของศาลา ไม่มีใครดูแล สักพักก็มีลูกศิษย์หลวงปู่มาจากไหนก็ไม่รู้ มาคนเดียวมารอดใต้โลง หลวงปู่ และบอกพวกเราว่าให้รอดใต้โลงหลวงปู่ แล้วจะโชคดี และวัตถุมงคลในตู้ ให้เลือกบูชาเอา แล้วไปวางหน้าหลวงปู่ เงินใส่ในตู้ทำบุญกับหลวงปู่เท่าใดก็ได้ พอคนนั้นพูดเสร็จก็กลับไปขับรถออกจากวัดไป ที่วัดไม่มีใครเลยนอกจากพวกเรา เราได้บูชาหนังสือหลวงปู่สรวงเล่ม 1 , 2 ไปอ่านเป็นเล่มเล็ก ๆ แล้วเราก็ลอดใต้โลงหลวงปู่ แล้วกลับไปโดยไม่เจอใครเลย
อ่านประวัติหลวงปู่สรวง
พอกับมาถึงที่พักเราทุกคนได้อ่านประวัติหลวงปู่สรวง ทุกคนอ่านแบบรวดเดียวจบเล่ม ไม่วางเลยพอรุ่งเช้าเราไม่ไปเที่ยวที่ไหนแล้วทุกคนลงมติ กลับมากราบหลวงปู่อีกครั้งก่อนกับกรุงเทพ ประวัติเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
ไขปริศนาเรื่องเจอลูกเป็ด 3 ตัว
วันที่สองเรากลับมาที่วัดไพรพัฒนาใหม่อีกครั้ง คราวนี้ก็เหมือนเดิมไม่เจอใครสักคน เราก็กราบหลวงปู่ รอดใต้โลงหลวงปู่ นั่งพักเดินดูวัตถุมงคล อ่านเรื่องราวของหลวงปู่ตามป้ายที่ทางวัดจัดไว้ตรงมุมถนนที่ลงมาจากศาลาหลวงปู่ ทุกวันนี้ป้ายนี้ก็ยังอยู่ พออ่านป้ายได้สักพักก็มีผู้ชายเดินมาจากทางกุฏิ แล้วถามเราว่า "มาจากไหน"
หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา
หลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนา
หลวงปู่สรวง ด้านหลัง
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแหล่งทองคำธรรมชาติ |
![]() |
| ตรีผลา ใช้กับริดสีดวงทวารได้ผลดีwww.tripala.weebly.com |
วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555
เทวดาเล่นดิน รุ่น 1
หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน รุ่น 1
หลวงปู่สรวงเทวดาเล่นดินรุ่น 1 หลวงพ่อพุฒ วัดไพรพัฒนา ให้ในงานบวชลูกชายเมื่อปี 2553
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารได้ผล100%www.tripala.weebly.com |
วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555
หลวงปู่สรวง เหรียญปี 43 รุ่นออกจากโลงหลวงปู่สรวง
หลวงปู่สรวง เหรียญปี 43 ปีละสังขาร รุ่นนี้หลวงพ่อพุฒ เอาออกมาจากโลงหลวงปู่ หลวงปู่สรวงเปิดโลงเปลี่ยนผ้าไตรทุกปี หลวงพ่อพุฒจะนำเอาวัตถุมงคลของหลวงปู่ใส่ไว้ในดลง 1 แล้วนำออกมา
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารหาย 100%www.tripala.weebly.com |
หลวงปู่สรวง ผ้ายันต์ หลวงปู่สรวง
หลวงปู่สรวง ผ้ายันต์รุ่นปัจจุบันปี 2555 สร้างโดยวัดไพรพัฒนา
หลวงปู่สรวง รูปสติ๊กเกอร์ รุ่นนี้หายากแล้ว
หลวงปู่สรวง ของแจกที่ระลึกครบ 50วันหลวงปู่สรวง
หลวงปู่สรวง ผ้ายันต์รุ่นแรก มีสองสี สีขาว และสีแดง รุ่นนี้ออกจากโลงหลวงปู่สรวง
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารหาย 100%www.tripala.weebly.com |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



.jpg)















