แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

หลวงปู่สรวง "เรื่อง เล่าเท่าที่รู้ 6" ออยเตรียญสรูญ "วันเปลี่ยนผ้าไตร 7 เมษายน 2556

 
ภาพถ่ายหลวงปู่สรวง เมื่อวันเปลี่ยนผ้าไตร 7 เมษายน 2556 ที่หน้าผากด้านติดกับหมอนมีเกร็ดสีเหลือง เหมือนจะเกิดเป็นพระะธาตุ

       การเปลี่ยนผ้าไตรของหลวงปู่สรวงจัดขึ้นทุกปีที่วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยหลวงพ่อพุฒ วายาโม เป็นประจำทุกปี โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ของทุกปีจะมีการบวช พระภิกษุ สามเณร และผู้ถือศิล เรียกว่าพ่อขาวแม่ขาว  และจะทำการลาสิขาบท ประมาณวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี
มีพระและสามเณรประมาณ 200 กว่ารูปในปีนี้ ที่เราได้จัดจังหันถวาย เช้าและเพล ทุกวันซึ่งต้องขออนุโมทนาบุญกับคุณคุณภัทรกร และคุณอภิชา วรจารุวุฒิที่เป็นกำลังสำคัญในการจัดถวายจังหันให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
          เหตุการณ์วันเปลี่ยนผ้าไตร ปี 2556  ในวันที่ 6 เมษายน 2556 เป็นวันที่อากาศร้อนมาก พอเริ่มเช้าวันที่ 7 เมษายน อากาศกลับเย็นสบายแดดไม่ร้อนมาก เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง ปีนี้ผู้คนมากันมากมายทั่วทุกสารทิศ นำร่างหลวงปู่สรวงลงจากศาลามาประมาณ 13.00 น โดยแห่เหมือนทุกปี  ร่างหลวงปู่ปีนี้ดูสีสดขึ้นที่หน้าผากด้านที่ติดกับหมอน เหมือนจะเป็นพระธาตุเป็นเกร็ดสีเหลื่อง เป็นที่หน้าแปลก ปีที่แล้วยยังไม่มีเคย ซึ่งผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมในพิธีเปลี่ยนผ้าไตรอย่างใกล้ชิดมาประมาณ4-5 ปีแล้ว  ร่างหลวงปู่ยังไม่บุบสลายอะไรเลย มีเส้นผมงอกยาวขึ้นมาด้วย ด้วยทุกครั้งที่เสร็จงานหลวงปู่สรวงทุกครั้งฝนจะต้องตกทุกครั้ง ปีนี้ก็เหมือนกันพอตก กลางคืน ฝนตกหนักมาก ทั้งฟ้าทั้งฝน แถมไฟฟ้าดับยันสายของอีกวันถึงจะมีไฟฟ้าใช้ได้
ปีนี้หลวงพ่อพุฒ ได้ให้ย่าของหลวงปู่สรวงที่อยู่ในโลงพร้อมกับให้เงินที่อยู่ในโลงหลวงปู่สรวงมาด้วย ครั้งแรกให้ 20 บาท ให้แล้วให้อีก 50 บาทแล้วให้อีก 20 บาท หลวงพ่อพุฒบอกว่าได้แล้วได้อีกจะได้เยอะ ๆ รวยจะได้เงินใส่ให้เต็มยามเลย สาธุ
 
สายบุญ อำเภอกันทรลักษ์ นำแกงเขียวหวาน ขนมจีน ไข่พะโล้ เฉาก๋วย มาร่วมทำบุญทุกครั้งที่มีงานบุญหลวงปู่สรวง
ลูกศิษญืหลวงปู่สรวงที่ ตลาดอมรพันธุ์ ขางเขน นำขนมมาแจกทำทาน ในงานนี้ด้วย
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ปริศนาธรรมของหลวงปู่สรวง "เรื่องเล่าเท่าที่รู้ 5"

 
         ผู้ที่มีโอกาสได้กราบนมัสการหลวงปู่จะเห็นกันทั่วทุกคนว่าในกระท่อมหรือเถียงนาที่หลวงปู่จำวัดอาศัย นั้นจะมีเสาไม้สูงปักอยู่ตั้งแต่ 1,2 หรือ3 ต้น มีเชือกผูกโยงจากเสาต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง หรือโยงมาที่กระท่อม  และมีสิ่งของไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ กล้วย ปลากระป๋อง หรือสิ่งของอื่นที่ผู้ไปกราบไหว้หลวงปู่ผูกแขวนไว้ มีธูปเทียนปักตรงต้นเสา หลายคนมองด้วยความสงสัยว่ามันเป็นอะไร จำนวนเท่าไร แล้วแก้กันไปตามความคิดกันว่าทำไมองค์หลวงปู่ต้องทำไว้อย่างนี้
      บรรดาผู้ที่ไปกราบไหว้บางคนโชคดีก็ให้ขุดดินขุดหลุมไปจนกว่าจะมีคำสั่งจากหลวงปู่ให้หยุดจึงจะหยุดได้  บางคนก็ถูกใช้ให้ตัดต้นไม้ เคยมีนายตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศไปกราบหลวงปู่  ถูกหลวงปู่ยื่นมีดพร้าให้ไปตัดต้นยูคาลิปตัสข้างกระท่อมจนเหงื่อโชกไปทั้งตัวก็มี หลายคนถูกใช้ให้ปีนต้นไม้เพื่อขึงเชือกและผูกแขวนของ บางทีก็ให้เอาต้นกล้วยหรือต้นไม้อื่นมาปลูก เอาข้าวเปลือกมาหวาน  รออ่านต่อนะครับ
   

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

เทวดาเล่นดิน รุ่น 1


หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน รุ่น 1

หลวงปู่สรวงเทวดาเล่นดินรุ่น 1 หลวงพ่อพุฒ วัดไพรพัฒนา ให้ในงานบวชลูกชายเมื่อปี 2553


ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ

ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารได้ผล100%www.tripala.weebly.com

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

หลวงปู่สรวง "เรื่องเล่าเท่าที่รู้ 4"


วันละสังขารตอน 2

เหตุการณ์ในวันที่ 8 กันยายน 2543  ขึ้น  10 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง
              ด้านนางเล็กได้จัดหาอาหารและอาหารแห้งมาให้นายสุขส่วนตัวเองกับสามีก็รีบขับรถตามมาทีหลัง  พอมาถึงกระท่อมปรากฏว่าไม่มีรถของนายชัยจอดอยู่  พวกที่อยู่ช่วยกันประกอบอาหารอย่างรีบเร่งเพื่อจะให้หลวงปู่ได้ฉัน  โดยหวังว่าหากหลวงปู่ฉันแล้วก็คงจะทำให้หลวงปู่มีอาการดีขึ้นบ้าง  แต่หลวงปู่ไม่ยอมฉันเลย  แม้จะพากันอ้อนวอนอย่างไรก็นิ่งเฉย  นายชัยที่ออกไปทำธุระข้างนอกได้กลับมาโดยขับรถตามนายน้อยที่นำของมาถวายหลวงปู่เหมือนเดิม  เมื่อไม่สามารถที่จะทำให้หลวงปู่ฉันได้  ทุกคนก็พิจารณาหาวิธีการว่าจะช่วยหลวงปู่ได้อย่างไร

     ในที่สุดก็มีความเห็นว่าให้รีบแต่งขันธ์ห้าขันธ์แปด (ดอกไม้ธูปเทียน) ขอขมาหลวงปู่โดยด่วนตามที่เคยกระทำมาแล้วและได้ผลมาหลายครั้ง  หลวงปู่หายจากการป่วยทุกครั้งไป  โดยการยืนยันของนายชัยว่าถ้าได้แต่งขันธ์ห้าขันธ์แปดขอขมาพร้อมนิมนต์แม่ชีมาร่วมสวดมนต์ให้ท่านฟังด้วยแล้วท่านก็จะหายเป็นปกติ  ทุกคนเห็นชอบด้วย  จึงได้ให้นายชัยรีบไปดำเนินการโดยด่วน

     นายชัยขับรถออกไปที่บ้านขยุง  เพื่อไปหาคนที่เคยแต่งขันธ์ห้าขันธ์แปด  เมื่อนายชัยออกไปแล้วลูกศิษย์ที่อยู่ที่นั่น  ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านรุน และลูกบ้านอีกหลายคน รวมทั้งเจ้าของกระท่อมนาที่หลวงปู่พักอยู่ด้วยได้ช่วยกันแต่งขันธ์ห้าขันแปดเฉพาะหน้าไปก่อน  เพื่อเป็นการบรรเทาจนกว่านายชัยจะตามคนแต่งมาแต่งให้อีกทีหนึ่ง  โดยตัวนายน้อยเองได้อาสาไปหาธูปเทียนจากข้างนอก  นายน้อยได้ขับรถไปประมาณ 300 เมตร ก็ไปติดหล่มไม่สามารถขับออกไปได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นทางที่ขับเข้าออกเป็นประจำไปมาได้สะดวกตลอดเวลา  และด้วยความร้อนใจอยากจะได้ธูปเทียนมาโดยเร็ว  นายน้อยได้จัดการล็อครถแล้วอุ้มลูกเดินออกไป

     ช่วงนั้นเองนายชัยก็ได้ขับรถเข้ามาแต่ก็ผ่านเข้ามาไม่ได้  เนื่องจากรุของนายน้อยจดอติดหล่มขวางไว้จึงได้กลับรถแล้วเอาไปจอดไว้ที่บ้านนายน้อย

        ระหว่างที่กำลังคอยนายน้อยออกไปซื้อธูปเทียนนั้น  บรรดาชาวบ้าน บ้านรุน รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านก็ได้ทยอยกันลากลับที่ละคนสองคน  มีชาวบ้านรุนซึ่งเป็นผู้หญิงพูดออกความเห็นว่าถ้าจะให้ดีแล้วควรนำหลวงปู่ส่งโรงพยาบาลน่าจะเป็นการดีที่สุด   แต่ก้กลับบ้าปนไปจนหมดไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาเหล่านั้นจะอยู่กับหลวงปู่ตลอดเวลา ไม่ยอมกลับกันง่าย ๆ จะกลับไปก็ต่อเมื่อหลวงปู่ได้ไปที่อื่นแล้วเท่านั้น  มีลูกศิษย์ที่อยู่กับหลวงปู่ในกระท่อมแค่ 8 คนเท่านั้น รวมทั้งเด็กที่เป็นลูกของนายจุกนางเล็กด้วย  ทุกคนก็ต่างหาวิธีการที่จะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายของหลวงปู่  ซึ่งขณะนั้นเมื่อจับดูตามร่างกายของหลวงปู่จะเย็นจัดตลอดเวลา  บางคนได้เอาหมอนไปอังไฟให้ร้อนแล้วนามมาประคบตามร่างกายของหลวงปู่  เอาผ้าชุบน้ำเช็ดนิ้งมือนิ้งเท้าหลวงปู่  ทำความสะอาดและเช็ดทั้งร่างกาย  โดยย้ำว่าให้ทำความสะอาดที่สุด บางจุดที่เท้าของหลวงปู่ที่ลูกศิษย์เช็ดให้ไม่สะอาดพอ  หลวงปู่ก็จะชี้นิ้วเกาถูออกอย่างแรงจนสะอาด เมื่อทำความสะอาดร่างกายดีพอสมควรแล้ว  หลวงปู่ได้เอ่ยออกเสียงแผ่วเบามาเป็นภาษาเขมร เนียงนาลาน” (นาง ไหนล่ะรถ) ซึ่งเสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบามาก  ทุกคนเข้าใจว่าเนียงนั้นหมายถึงนางเล็ก จึงได้พากันอุ้มหลวงปู่ไปขึ้นรถของนายจุกนางเล็ก  ผู้ที่อุ้มมีนายจุกและนายตี๋  นายสุขเป็นผู้เปิดประตูรถให้  พอนำหลวงปู่ขึ้นนั่งบนรถลูกศิษย์ได้ปรับเบาะเอนลง  เพื่อจะได้ให้หลวงปู่ได้เอนกายสบายขึ้น  ท่านได้พยายามยื่นมือมาดึงประตูรถปิดเอง  ลูกศิษย์ก็ได้ช่วยปิดให้  รถเคลื่อนออกจากกระท่อมเพื่อจะไปโรงพยาบาลบัวเชด  ซึ่งใกล้ที่สุดแต่ไปได้ไม่ถึง 50 เมตร อาการของหลวงปู่ก็เริ่มหนักขึ้นทุกที จนลูศิษย์ที่นั่งอยู่ด้วยด้านหลังตกใจ  และร้องขึ้นว่า “หลวงปู่อาการหนักมากแล้ว” จึงจอดรถผู้ที่นั่งอยู่รถคันหลังก็วิ่งเข้ามาดูแล้วก็บอกว่า  อย่างไรก็ต้องนำหลวงปู่ไปส่งให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้  รถจึงออกอีกครั้ง  แต่ไม่สามารถจะไปได้ เพราะรถของนายน้อยติดหล่มขวางทางอยู่  นายจุกได้ร้องตะโกนบอกให้นายจันวิ่งไปสำรวจดูเส้นทางอื่นว่าจะนำรถออกไปทางไหนได้อีก

       เมื่อดูโดยทั่วแล้วก็เห็นว่าทางออกอีกเพียงทางเดียว ก็คือขับฝ่าทุ่งหญ้าออกไปหาถนน  เมื่อดูสภาพทางแล้วก็ไม่น่าจออกไปได้ แต่ก็ตัดสินใจขับออกไปและก็สามารถขับผ่านไปได้
เรื่องจากหนังสือ หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูญ บำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน
โปรดติดตาม วันละสังขารตอน 3 ตอนจบ
ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ

ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารหาย 100%www.tripala.weebly.com

หลวงปู่สรวง เรื่องเล่าเท่าที่รู้ตอน 3

วันละสังขารตอนที่ 1

เหตุการณ์ในวันที่ 8 กันยายน 2543 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน10 ปีมะโรง

     ตามปกติหลวงปู่จะมีสุขภาพแข็งแรง  สามารถนั่งรถเดินทางไปไหนมาไหนได้เป็นเวลาติดต่อกันหลายวันโดยหยุดพักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ท่านจะไม่ค่อยเจ็บป่วยหรือแสดงอาการว่าเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างไร จะมีบ้างก็เป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อย ๆ และก็หายได้ในเร็ววัน เพิ่งจะมีอาการป่วยปรากฏไม่กี่เดือนหลังนี้ หลวงปู่มีอาการป่วยและฉันอาหารไม่ได้เป็นเวลาหลายวัน ท้านสุดหลวงปู่ได้มาพักอยู่ที่กระท่อมนาข้างวัดป่าบ้านจะบก  ในเวลาประมาณ 14.00น. อาการป่วยของหลวงปู่ก็กำเริบหนัก โดยหลวงปู่ได้บอกบรรดาศิษย์ว่าจะไปที่บ้านรุน  และได้ให้นายกัณหาผู้เป็นลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดคนหนึ่ง ซึ่งอยู่บ้านละลมถอดเสื้อออกมาโบกพัดด้านหลังของหลวงปู

     หลังจากพัดอยู่นานพอสมควรก็ได้สั่งให้ลูกศิษย์ที่รวมกันอยู่ในกระท่อมในขณะนั้นช่วยกันงัดแผ่นกระดานปูกระท่อมที่หลวงปู่นั่งทับอยู่ออกมาหนึ่งแผ่นทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็นั่งอยู่บนกระดานแผ่นนั้น พองัดออกมาหลวงปู่ได้พนมมือไหว้ทุกทิศ  เสร็จแล้วก็ให้ลูกศิษย์หามท่านออกมาจากกระท่อมวางลงบนพื้นดินด้านทิศเหนืออยู่ระหว่ากระท่อมกับต้นมะขาม โดยตัวท่านเองหันหน้าเข้ากระท่อม

     ขณะนั้น  มีผู้นำน้ำดื่มบรรจุขวดมาถวายสองขวด  หลวงปู่ได้เทราดรดตนเองจากศรีษะลงมาจนเปียกโชก ไปทั้งตัว  คล้ายกับว่าเป็นการสรงน้ำครั้งสุดท้าย  นายชัยผู้ขับรถให้หลวงปู่นั่งเป็นประจำได้นำรถมาเทียบใกล้ๆ แล้วช่วยกันพยุงหลวงปู่ขึ้นรถ  แล้วขับมุ่งตรงไปที่บ้านรุน   ซึ่งอยู่ในเขต อ.บัวเชด จ.สุรินทร์  โดยมีนายสุข หรือนายดุง (คนบ้านเจ๊ก อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ)  ขับรถติดตามไปเพียงคนเดียว  พอถึงบ้านรุน  นายชัยได้หยุดรถตรงหน้าบ้านนายน้อย เพื่อจะบอกให้นายน้อยตามไป  แต่หลวงปู่ได้บอกให้นายชัยขับรถไปที่กระท่อมโดยด่วน โดยสั่งว่า “โตวกะตวม โตวกะตวม กะตวม”  พอถึงกระท่อมนาก็ได้อุ้มหลวงปู่วางลงบนแคร่ที่ตั้งอยู่ในกระท่อมแล้วช่วยก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่หลวงปู่ นายสุขได้อาสาออกไปหาอาหารข้างนอกเพื่อมาถวายหลวงปู่ และรับประทานกันเอง นายสุขไปที่บ้านโคกชาติ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ ไปหานายจุก นางเล็ก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ไปอุฏฐากหลวงปู่เป็นประจำ โดยบอกให้นายจุกรับไปบ้านรุน เพื่อให้ไปดูอาการหลวงปู่ ซึ่งมีอาการป่วยหนักกว่าปกติ

  ติดตามตอนต่อไป

เรื่องจากหนังสือ หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรุญ บำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน

ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติwww.nangching.weebly.com

ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวาร หาย 100%www.tripala.weebly.com