- บริษัท สยามแอ็บโซลูท เคมีคอล จำกัดSiam Absolute Chemicals Co., Ltd จำหน่าย เคมีภัณฑ์ทุกชนิด กลีเซอรีน 99.5% มีใบรับรอง COA หัวเชื้อทำแชมพู SLES N70 นำเข้าคุณภาพดีคุณธนภณ โทร. 081 9333110 E- mail : thanapon@siamabsolute.co.th www.siamabsolute.co.th
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกจิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกจิ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ล็อคเก็ตหลวงปู่สรวง
วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555
หลวงปู่สรวง เนื้อว่าน
วัตถุมงคลหลวงปู่สรวง ที่นำมาให้ท่านที่ศัทะาหลวงปู่ได้ชมกันมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนได้เช่าบูชา การถ่ายภาพใช้กล้องจากมือถืออาจไม่สวยเหมือนมืออาชีพ แต่เพื่อให้รุ้ว่ามีรู่นไหนบ้าง
หลวงปู่สรวง รุ่นนี้ออกโดยวัดไพรพัฒนา เนื้อว่าน หมอลักษณ์ ฟันธงมาเป็นคนกดพิมพ์
ด้านหลังรุ่นนี้ตอนสร้างมีสิ่งมหัศจรรย์ พระอาทิตย์ทรงกรด และพญานาคเล่นอยู่บนฟ้า
หลวงปู่สรวง รุ่นนี้เนื้อว่าน 108 สร้างโดยวัดไพรพัฒนา หลวงพ่อพุฒ
รุ่นนี้สร้างที่สวนพุทธธรรมบายตึ๊กเจีย พระอาจารย์เทียนชัย
หลวงปู่สรวง รุ่นนี้สร้างโดยวัดไพรพัฒนา หลวงพ่อพุฒ
![]() |
| ผงดคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติwww.nangching.weebly.com |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงหาย 100%www.tripala.weebly.com |
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555
หลวงปู่สรวง "เรื่องเล่าเท่าที่รู้ 4"
วันละสังขารตอน 2
เหตุการณ์ในวันที่ 8 กันยายน 2543 ขึ้น 10
ค่ำ
เดือน 10 ปีมะโรง
ด้านนางเล็กได้จัดหาอาหารและอาหารแห้งมาให้นายสุขส่วนตัวเองกับสามีก็รีบขับรถตามมาทีหลัง
พอมาถึงกระท่อมปรากฏว่าไม่มีรถของนายชัยจอดอยู่ พวกที่อยู่ช่วยกันประกอบอาหารอย่างรีบเร่งเพื่อจะให้หลวงปู่ได้ฉัน
โดยหวังว่าหากหลวงปู่ฉันแล้วก็คงจะทำให้หลวงปู่มีอาการดีขึ้นบ้าง แต่หลวงปู่ไม่ยอมฉันเลย แม้จะพากันอ้อนวอนอย่างไรก็นิ่งเฉย
นายชัยที่ออกไปทำธุระข้างนอกได้กลับมาโดยขับรถตามนายน้อยที่นำของมาถวายหลวงปู่เหมือนเดิม เมื่อไม่สามารถที่จะทำให้หลวงปู่ฉันได้
ทุกคนก็พิจารณาหาวิธีการว่าจะช่วยหลวงปู่ได้อย่างไร
ในที่สุดก็มีความเห็นว่าให้รีบแต่งขันธ์ห้าขันธ์แปด (ดอกไม้ธูปเทียน)
ขอขมาหลวงปู่โดยด่วนตามที่เคยกระทำมาแล้วและได้ผลมาหลายครั้ง หลวงปู่หายจากการป่วยทุกครั้งไป โดยการยืนยันของนายชัยว่าถ้าได้แต่งขันธ์ห้าขันธ์แปดขอขมาพร้อมนิมนต์แม่ชีมาร่วมสวดมนต์ให้ท่านฟังด้วยแล้วท่านก็จะหายเป็นปกติ ทุกคนเห็นชอบด้วย จึงได้ให้นายชัยรีบไปดำเนินการโดยด่วน
นายชัยขับรถออกไปที่บ้านขยุง
เพื่อไปหาคนที่เคยแต่งขันธ์ห้าขันธ์แปด
เมื่อนายชัยออกไปแล้วลูกศิษย์ที่อยู่ที่นั่น ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านรุน
และลูกบ้านอีกหลายคน รวมทั้งเจ้าของกระท่อมนาที่หลวงปู่พักอยู่ด้วยได้ช่วยกันแต่งขันธ์ห้าขันแปดเฉพาะหน้าไปก่อน
เพื่อเป็นการบรรเทาจนกว่านายชัยจะตามคนแต่งมาแต่งให้อีกทีหนึ่ง
โดยตัวนายน้อยเองได้อาสาไปหาธูปเทียนจากข้างนอก นายน้อยได้ขับรถไปประมาณ 300 เมตร
ก็ไปติดหล่มไม่สามารถขับออกไปได้ ทั้ง ๆ
ที่เป็นทางที่ขับเข้าออกเป็นประจำไปมาได้สะดวกตลอดเวลา
และด้วยความร้อนใจอยากจะได้ธูปเทียนมาโดยเร็ว นายน้อยได้จัดการล็อครถแล้วอุ้มลูกเดินออกไป
ช่วงนั้นเองนายชัยก็ได้ขับรถเข้ามาแต่ก็ผ่านเข้ามาไม่ได้
เนื่องจากรุของนายน้อยจดอติดหล่มขวางไว้จึงได้กลับรถแล้วเอาไปจอดไว้ที่บ้านนายน้อย
ระหว่างที่กำลังคอยนายน้อยออกไปซื้อธูปเทียนนั้น บรรดาชาวบ้าน บ้านรุน
รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านก็ได้ทยอยกันลากลับที่ละคนสองคน
มีชาวบ้านรุนซึ่งเป็นผู้หญิงพูดออกความเห็นว่าถ้าจะให้ดีแล้วควรนำหลวงปู่ส่งโรงพยาบาลน่าจะเป็นการดีที่สุด แต่ก้กลับบ้าปนไปจนหมดไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาเหล่านั้นจะอยู่กับหลวงปู่ตลอดเวลา
ไม่ยอมกลับกันง่าย ๆ จะกลับไปก็ต่อเมื่อหลวงปู่ได้ไปที่อื่นแล้วเท่านั้น มีลูกศิษย์ที่อยู่กับหลวงปู่ในกระท่อมแค่ 8
คนเท่านั้น
รวมทั้งเด็กที่เป็นลูกของนายจุกนางเล็กด้วย
ทุกคนก็ต่างหาวิธีการที่จะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายของหลวงปู่ ซึ่งขณะนั้นเมื่อจับดูตามร่างกายของหลวงปู่จะเย็นจัดตลอดเวลา บางคนได้เอาหมอนไปอังไฟให้ร้อนแล้วนามมาประคบตามร่างกายของหลวงปู่ เอาผ้าชุบน้ำเช็ดนิ้งมือนิ้งเท้าหลวงปู่ ทำความสะอาดและเช็ดทั้งร่างกาย โดยย้ำว่าให้ทำความสะอาดที่สุด
บางจุดที่เท้าของหลวงปู่ที่ลูกศิษย์เช็ดให้ไม่สะอาดพอ หลวงปู่ก็จะชี้นิ้วเกาถูออกอย่างแรงจนสะอาด เมื่อทำความสะอาดร่างกายดีพอสมควรแล้ว หลวงปู่ได้เอ่ยออกเสียงแผ่วเบามาเป็นภาษาเขมร
เนียงนาลาน” (นาง ไหนล่ะรถ) ซึ่งเสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบามาก ทุกคนเข้าใจว่าเนียงนั้นหมายถึงนางเล็ก
จึงได้พากันอุ้มหลวงปู่ไปขึ้นรถของนายจุกนางเล็ก
ผู้ที่อุ้มมีนายจุกและนายตี๋ นายสุขเป็นผู้เปิดประตูรถให้
พอนำหลวงปู่ขึ้นนั่งบนรถลูกศิษย์ได้ปรับเบาะเอนลง เพื่อจะได้ให้หลวงปู่ได้เอนกายสบายขึ้น ท่านได้พยายามยื่นมือมาดึงประตูรถปิดเอง ลูกศิษย์ก็ได้ช่วยปิดให้ รถเคลื่อนออกจากกระท่อมเพื่อจะไปโรงพยาบาลบัวเชด ซึ่งใกล้ที่สุดแต่ไปได้ไม่ถึง 50 เมตร
อาการของหลวงปู่ก็เริ่มหนักขึ้นทุกที จนลูศิษย์ที่นั่งอยู่ด้วยด้านหลังตกใจ และร้องขึ้นว่า “หลวงปู่อาการหนักมากแล้ว”
จึงจอดรถผู้ที่นั่งอยู่รถคันหลังก็วิ่งเข้ามาดูแล้วก็บอกว่า อย่างไรก็ต้องนำหลวงปู่ไปส่งให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ รถจึงออกอีกครั้ง แต่ไม่สามารถจะไปได้
เพราะรถของนายน้อยติดหล่มขวางทางอยู่
นายจุกได้ร้องตะโกนบอกให้นายจันวิ่งไปสำรวจดูเส้นทางอื่นว่าจะนำรถออกไปทางไหนได้อีก
เมื่อดูโดยทั่วแล้วก็เห็นว่าทางออกอีกเพียงทางเดียว
ก็คือขับฝ่าทุ่งหญ้าออกไปหาถนน
เมื่อดูสภาพทางแล้วก็ไม่น่าจออกไปได้
แต่ก็ตัดสินใจขับออกไปและก็สามารถขับผ่านไปได้
เรื่องจากหนังสือ หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูญ บำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน
โปรดติดตาม วันละสังขารตอน 3 ตอนจบ
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติ |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารหาย 100%www.tripala.weebly.com |
หลวงปู่สรวง เรื่องเล่าเท่าที่รู้ตอน 3
วันละสังขารตอนที่ 1
เหตุการณ์ในวันที่ 8 กันยายน 2543 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน10 ปีมะโรง
ตามปกติหลวงปู่จะมีสุขภาพแข็งแรง สามารถนั่งรถเดินทางไปไหนมาไหนได้เป็นเวลาติดต่อกันหลายวันโดยหยุดพักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านจะไม่ค่อยเจ็บป่วยหรือแสดงอาการว่าเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างไร จะมีบ้างก็เป็นการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อย ๆ และก็หายได้ในเร็ววัน เพิ่งจะมีอาการป่วยปรากฏไม่กี่เดือนหลังนี้ หลวงปู่มีอาการป่วยและฉันอาหารไม่ได้เป็นเวลาหลายวัน ท้านสุดหลวงปู่ได้มาพักอยู่ที่กระท่อมนาข้างวัดป่าบ้านจะบก ในเวลาประมาณ 14.00น. อาการป่วยของหลวงปู่ก็กำเริบหนัก โดยหลวงปู่ได้บอกบรรดาศิษย์ว่าจะไปที่บ้านรุน และได้ให้นายกัณหาผู้เป็นลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดคนหนึ่ง ซึ่งอยู่บ้านละลมถอดเสื้อออกมาโบกพัดด้านหลังของหลวงปู
หลังจากพัดอยู่นานพอสมควรก็ได้สั่งให้ลูกศิษย์ที่รวมกันอยู่ในกระท่อมในขณะนั้นช่วยกันงัดแผ่นกระดานปูกระท่อมที่หลวงปู่นั่งทับอยู่ออกมาหนึ่งแผ่นทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็นั่งอยู่บนกระดานแผ่นนั้น พองัดออกมาหลวงปู่ได้พนมมือไหว้ทุกทิศ เสร็จแล้วก็ให้ลูกศิษย์หามท่านออกมาจากกระท่อมวางลงบนพื้นดินด้านทิศเหนืออยู่ระหว่ากระท่อมกับต้นมะขาม โดยตัวท่านเองหันหน้าเข้ากระท่อม
ขณะนั้น มีผู้นำน้ำดื่มบรรจุขวดมาถวายสองขวด หลวงปู่ได้เทราดรดตนเองจากศรีษะลงมาจนเปียกโชก ไปทั้งตัว คล้ายกับว่าเป็นการสรงน้ำครั้งสุดท้าย นายชัยผู้ขับรถให้หลวงปู่นั่งเป็นประจำได้นำรถมาเทียบใกล้ๆ แล้วช่วยกันพยุงหลวงปู่ขึ้นรถ แล้วขับมุ่งตรงไปที่บ้านรุน ซึ่งอยู่ในเขต อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยมีนายสุข หรือนายดุง (คนบ้านเจ๊ก อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ) ขับรถติดตามไปเพียงคนเดียว พอถึงบ้านรุน นายชัยได้หยุดรถตรงหน้าบ้านนายน้อย เพื่อจะบอกให้นายน้อยตามไป แต่หลวงปู่ได้บอกให้นายชัยขับรถไปที่กระท่อมโดยด่วน โดยสั่งว่า “โตวกะตวม โตวกะตวม กะตวม” พอถึงกระท่อมนาก็ได้อุ้มหลวงปู่วางลงบนแคร่ที่ตั้งอยู่ในกระท่อมแล้วช่วยก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่หลวงปู่ นายสุขได้อาสาออกไปหาอาหารข้างนอกเพื่อมาถวายหลวงปู่ และรับประทานกันเอง นายสุขไปที่บ้านโคกชาติ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ ไปหานายจุก นางเล็ก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ไปอุฏฐากหลวงปู่เป็นประจำ โดยบอกให้นายจุกรับไปบ้านรุน เพื่อให้ไปดูอาการหลวงปู่ ซึ่งมีอาการป่วยหนักกว่าปกติ
ติดตามตอนต่อไป
เรื่องจากหนังสือ หลวงปู่สรวง ออยเตียนสรุญ บำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติwww.nangching.weebly.com |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวาร หาย 100%www.tripala.weebly.com |
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555
ลายมือหลวงปู่สรวง
ภาพลายมือหลวงปู่สรวง ได้ภาพถ่ายมาจาก พี่น้อย ปักธงชัย ให้ถ่ายดู ยังมีลายมือหลวงปู่ อีกจำนวนมากที่ท่านคอยติดตามได้
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจากแร่ทองคำธรรมชาติwww.nangching.weebly.com |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารหาย 100 %www.tripala.weebly.com |
หลวงปู่สรวงเล่นว่าว
ผมเป็นผู้หนึ่งที่สนใจและศัทธาหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา ได้อ่านประวัติและติดตามรายชื่อผู้ที่ได้ติดตามหลวงปู่สรวงตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ไว้เป็นจำนวนมากมายหลายท่าน และภาพที่ท่านได้ชมนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากพี่น้อย ปักธงชัย ซึ่งท่านเก็บภาพไว้ไม่คอยยอมให้ใครได้ชมง่าย ๆ ครับ และภาพบางภาพได้จาก พี่ หนู ปักธงชัย ลูกศิษย์ หลวงปู่อีกท่านหนึ่ง ต้องขอขอบพระคุณทั้งสองท่านที่ให้เราได้เห็นภาพจริงว่าหลวงปู่เล่นว่าว มีแต่เรื่องเล่าต่อๆ กันมาแต่ตอนนี้ท่านได้ชมภาพจริงแล้ว
![]() |
| ผงโคลนพอกหน้าจาหแร่ทองคำธรรมชาติwww.nangching.weebly.com |
![]() |
| ตรีผลา รักษาริดสีดวงทวารหาย 100%www.tripala.weebly.com |
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555
หลวงปู่สรวง "เรื่องเล่าเท่าที่รู้ 2" (ออยเตียนสรูล) วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
หลวงปู่สรวง "เรื่องเล่าเท่าที่รู้ 2 "
ชายท่านนั้น ถามผมว่า มาจากไหน ผมตอบว่ามาจากกรุงเทพ เขาถามผมต่อว่ารู้จักหลวงปู่ได้อย่างไร ซึ่งตอนหลวงปู่ยังไม่ดังมากเท่าตอนนี้ ผมได้ถามว่า พี่อยู่แถวหนีหรือเปล่าครับ ลองเล่าเรื่องหลวงปู่สรวงให้ผมฟังหน่อยซิครับ แล้วพี่ชื่ออะไรครับ เขาตอบว่าผมชื่อสมยศ พี่สมยศก็เริ่มเล่าว่า ผมไม่ใช่คนที่เกิดในหมู่บ้านนี้หรอกครับ แต่มาได้ภรรยาเป็นคนแถวนี้ ตอนที่ผมมาอยู่ใหม่ ๆ มีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า มี ลูกตาเบ๊าะ หรือลูกตาเอ็อว แปลว่าพระดาบส เดินธุดงค์ อยู่แถวชายเแดนเขมรกับไทย เล่าต่อกันมาตั้งรุ่นปู่ รุ่นทวดก็เจอแบบนี้ไม่รู้ว่าอายุเท่าไร บางท่านก็บอกว่า 300 พรรษา บางท่านก็บอกว่า 500 พรรษา
คุณสมยศเล่าให้ฟังต่อว่า จึงเกิดความอยากรู้ จึงออกตามหา หลวงปู่สรวง และก็ได้เจออยู่ตามเขียงนาชาวบ้าน เป็นอย่างที่เขาเล่าลือกัน คนที่ไปหาหลวงปู่สรวงส่วนใหญ่จะไปเฝ้าหลวงปู่เพื่อขอเลขหวย กันเสียส่วนใหญ่ หลวงปู่อยู่ไม่เป็นที่ ที่ไหนบำบากอยากแค้นกันดารหลวงปู่จะอยู่ พอมีคนมีหามากขึ้นหลวงปู่ก็จะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น พี่สมยศ เล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า หลวงปู่แต่งตัวไม่เหมือนพระ นึกจะใส่อะไรก็ใส่ หลวงปู่สรวงไม่จำพรรษาที่วัดไหน อยู่ตามเขียงนา ใครเขาของไปถวายหลวงปู่หลวงปู่จะโยนใส่เตาไฟหมด
พี่สมยศ เล่าต่อไปว่า เคยมีผู้หญิงมาหาหลวงปู่ แล้วหลวงปู่ไปจับนมผู้หญิงคนนั้น ทุกคนแปลกใจอย่างมาก คนที่พาไปก็ชอบหลวงปู่ขึ้นมาทันที่ แต่พอระยะหว่างสัก 1-3 เดือน ผู้หญิงคนที่หลวงปู่จับนม กลับมาหาหลวงปู่อีก แล้วบอกว่า เขาเป็นมะเร็งที่เต้านม พอหลวงปู่สรวงจับที่นมเขาแล้วไปตรวจอีกครั้งหมอบอกว่า ไม่มีเชื้อมะเร็งแล้วไม่รู้หายไปได้อย่างไรหมอเองยังสงสัยเลย
ผมถามพี่สมยศต่อไปว่า แล้วพี่ได้อะไรจากหลวงปู่สรวงบ้าง ทุกคนไปหาหลวงปู่สรวงก็ได้เลขหวยและซื้อก็ถูกกัน วันหนึ่งพี่สมยศขับรถให้หลวงปู่นั่งไปธุระ ในใจก็นึกว่า เวลาใช้ก็ใช้แต่กู เวลาหวยไม่เคยให้กูถูกเลย "หลวงปู่พูดขึ้นมาลอยๆ หวยนะของมันร้อน ของๆเขา ได้มาก็ต้องใช้คืนเขาอย่าเอาไปเลย" พี่สมยศงงมากว่าแค่นึกหลวงปู่รู้ได้อย่างไร
พี่สมยศบอกต่อไปว่า เวลาหลวงปู่สรวงไปไหนจะชอบ อุ้มไก่ไปเสนอ ถือมีดปาดตาล เสมอ หลวงปู่จะมีผ้าขาวติดไปตลอดเวลา เวลาพักที่ไหนหลวงปู่จะมีเชือกขึงเป็นสี่เหลี่ยม และมีกล้วยแขวนไว้ที่หัวเสาเสมอ หลวงปู่ชอบเล่นว่าว หลวงปู่สรวงบางครั้งจะปลูกข้าวในที่แห้ง และที่ขาดไม่ได้ก็จะมีกองไฟสุมอยู่เสนอ นี่คือสิ่งที่หลวงปู่สรวงมีและทำเป็นประจำ
ปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง
หลวงปู่ชอบไก่ ไปไหนมาไหนจะต้องอุ้มไก่ไปเสนอ และเวลาพักอยู่ที่ไหนก็จะมีไก่ป่ามาอยุ่ด้วยเสนอ ตอนที่ผมไปวัดไพรพัฒนาครั้งแรก มีไก่ป่าเยอะมาก เขาบอกว่าเมื่อก่อนไม่มีไก่ป่าสักแต่พอหลวงปู่มาอยู่ที่วัดนี้ไม่รู้ไก่ป่ามากจากไหนกัน ผมกับพี่สมยศได้ ตีปริศนาะรรมข้อนี้ว่า ไก่คือเครื่องหมายบอกเวลา ถึงเวลาก็ตัองขัน หรือเรียกง่ายๆว่าตรงต่อเวลา ถ้าเราตรงเวลาเหมือนไก่ก็ต้องเจริญแน่ และไก่ก็แสดงถึงความขยัน คือขยันตื่นแต่เช้ามึดเพื่อหากิน คนเราถ้าตื่นเข้าเหมือนไก่ก็รวยแน่
เราสรุปว่าหลวงปู่สรวงน่าจะสอนเราเรื่องนี้ และหลวงปู่น่าจะใช้ไก่เป็นเครื่องบอกเวลาก็ได้
หลวงปู่ชอบถือมีดเป็นประจำ มีดมันมีคม ฉะนั้นคนเราก็ต้องมีคม คมมากก็บิ่นง่าย
เหมือน
ชายท่านนั้น ถามผมว่า มาจากไหน ผมตอบว่ามาจากกรุงเทพ เขาถามผมต่อว่ารู้จักหลวงปู่ได้อย่างไร ซึ่งตอนหลวงปู่ยังไม่ดังมากเท่าตอนนี้ ผมได้ถามว่า พี่อยู่แถวหนีหรือเปล่าครับ ลองเล่าเรื่องหลวงปู่สรวงให้ผมฟังหน่อยซิครับ แล้วพี่ชื่ออะไรครับ เขาตอบว่าผมชื่อสมยศ พี่สมยศก็เริ่มเล่าว่า ผมไม่ใช่คนที่เกิดในหมู่บ้านนี้หรอกครับ แต่มาได้ภรรยาเป็นคนแถวนี้ ตอนที่ผมมาอยู่ใหม่ ๆ มีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า มี ลูกตาเบ๊าะ หรือลูกตาเอ็อว แปลว่าพระดาบส เดินธุดงค์ อยู่แถวชายเแดนเขมรกับไทย เล่าต่อกันมาตั้งรุ่นปู่ รุ่นทวดก็เจอแบบนี้ไม่รู้ว่าอายุเท่าไร บางท่านก็บอกว่า 300 พรรษา บางท่านก็บอกว่า 500 พรรษา
คุณสมยศเล่าให้ฟังต่อว่า จึงเกิดความอยากรู้ จึงออกตามหา หลวงปู่สรวง และก็ได้เจออยู่ตามเขียงนาชาวบ้าน เป็นอย่างที่เขาเล่าลือกัน คนที่ไปหาหลวงปู่สรวงส่วนใหญ่จะไปเฝ้าหลวงปู่เพื่อขอเลขหวย กันเสียส่วนใหญ่ หลวงปู่อยู่ไม่เป็นที่ ที่ไหนบำบากอยากแค้นกันดารหลวงปู่จะอยู่ พอมีคนมีหามากขึ้นหลวงปู่ก็จะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น พี่สมยศ เล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า หลวงปู่แต่งตัวไม่เหมือนพระ นึกจะใส่อะไรก็ใส่ หลวงปู่สรวงไม่จำพรรษาที่วัดไหน อยู่ตามเขียงนา ใครเขาของไปถวายหลวงปู่หลวงปู่จะโยนใส่เตาไฟหมด
พี่สมยศ เล่าต่อไปว่า เคยมีผู้หญิงมาหาหลวงปู่ แล้วหลวงปู่ไปจับนมผู้หญิงคนนั้น ทุกคนแปลกใจอย่างมาก คนที่พาไปก็ชอบหลวงปู่ขึ้นมาทันที่ แต่พอระยะหว่างสัก 1-3 เดือน ผู้หญิงคนที่หลวงปู่จับนม กลับมาหาหลวงปู่อีก แล้วบอกว่า เขาเป็นมะเร็งที่เต้านม พอหลวงปู่สรวงจับที่นมเขาแล้วไปตรวจอีกครั้งหมอบอกว่า ไม่มีเชื้อมะเร็งแล้วไม่รู้หายไปได้อย่างไรหมอเองยังสงสัยเลย
ผมถามพี่สมยศต่อไปว่า แล้วพี่ได้อะไรจากหลวงปู่สรวงบ้าง ทุกคนไปหาหลวงปู่สรวงก็ได้เลขหวยและซื้อก็ถูกกัน วันหนึ่งพี่สมยศขับรถให้หลวงปู่นั่งไปธุระ ในใจก็นึกว่า เวลาใช้ก็ใช้แต่กู เวลาหวยไม่เคยให้กูถูกเลย "หลวงปู่พูดขึ้นมาลอยๆ หวยนะของมันร้อน ของๆเขา ได้มาก็ต้องใช้คืนเขาอย่าเอาไปเลย" พี่สมยศงงมากว่าแค่นึกหลวงปู่รู้ได้อย่างไร
พี่สมยศบอกต่อไปว่า เวลาหลวงปู่สรวงไปไหนจะชอบ อุ้มไก่ไปเสนอ ถือมีดปาดตาล เสมอ หลวงปู่จะมีผ้าขาวติดไปตลอดเวลา เวลาพักที่ไหนหลวงปู่จะมีเชือกขึงเป็นสี่เหลี่ยม และมีกล้วยแขวนไว้ที่หัวเสาเสมอ หลวงปู่ชอบเล่นว่าว หลวงปู่สรวงบางครั้งจะปลูกข้าวในที่แห้ง และที่ขาดไม่ได้ก็จะมีกองไฟสุมอยู่เสนอ นี่คือสิ่งที่หลวงปู่สรวงมีและทำเป็นประจำ
ปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง
หลวงปู่ชอบไก่ ไปไหนมาไหนจะต้องอุ้มไก่ไปเสนอ และเวลาพักอยู่ที่ไหนก็จะมีไก่ป่ามาอยุ่ด้วยเสนอ ตอนที่ผมไปวัดไพรพัฒนาครั้งแรก มีไก่ป่าเยอะมาก เขาบอกว่าเมื่อก่อนไม่มีไก่ป่าสักแต่พอหลวงปู่มาอยู่ที่วัดนี้ไม่รู้ไก่ป่ามากจากไหนกัน ผมกับพี่สมยศได้ ตีปริศนาะรรมข้อนี้ว่า ไก่คือเครื่องหมายบอกเวลา ถึงเวลาก็ตัองขัน หรือเรียกง่ายๆว่าตรงต่อเวลา ถ้าเราตรงเวลาเหมือนไก่ก็ต้องเจริญแน่ และไก่ก็แสดงถึงความขยัน คือขยันตื่นแต่เช้ามึดเพื่อหากิน คนเราถ้าตื่นเข้าเหมือนไก่ก็รวยแน่
เราสรุปว่าหลวงปู่สรวงน่าจะสอนเราเรื่องนี้ และหลวงปู่น่าจะใช้ไก่เป็นเครื่องบอกเวลาก็ได้
หลวงปู่ชอบถือมีดเป็นประจำ มีดมันมีคม ฉะนั้นคนเราก็ต้องมีคม คมมากก็บิ่นง่าย
เหมือน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg)
























